แม่สงสัยว่า หนูจะจำแม่ได้ไหม 

 

หนูจะรู้รึเปล่าว่าแม่คือ ผู้หญิงบ้า ที่ชอบคุยแล้วลูบท้องตอนตั้งครรภ์  ? 

เพราะตอนนี้หนูไม่ได้อยู่ในท้องแม่แล้ว เลยลองร้องเพลง  อิ่มอุ่น  กล่อม 

 

 

 

ตอนที่หนูอยู่ในท้อง แม่ร้องเพลงนี้กล่อมหนูทุกวัน 

ปรากฏว่าลูกจำได้  และมีปฏิกิริยาตอบสนอง 

ยิ้มหวานทุกครั้ง  ที่แม่ร้องเพลงนี้    

 

 

  พ่อของหนูบอกว่า  หลวงน้าใหญ่

( หลวงปู่ของลูก เพราะเป็นน้องชายของคุณย่า )  

ตรวจดวงชะตา  และ ตั้งชื่อให้หนูว่า

  

 

 

  ปราณปรียา   แปลว่า   ผู้เป็นที่รักเสมอลมหายใจของพ่อแม่ 

 

 

 

 

พอแม่ได้ยินคำแปล   แม่ถึงกับน้ำตาร่วง  

เพราะมันตรงกับความรู้สึกของแม่ในตอนนั้นมาก    

 

ท่านทำนายว่า ลูกของแม่เป็นเด็กฉลาดมาก 

แต่ห้ามตั้งชื่อเล่น เพราะจะดื้อ  ไม่เชื่อฟังพ่อแม่ 

ให้เรียกชื่อจริงไป  จะพยางค์ไหนก็ได้ 

พ่อของหนูก็เลยให้เรียก    ปรียา    เพราะฟังแล้วน่ารักดี  

 

 

นอกจากนี้ หลวงน้า ยังฝากมาบอกแม่แบบรู้ทันอีกว่า 

 

ไม่ต้องห่วง  ชื่อที่ตั้งให้  คำนวณอักขระตามโหราศาสตร์ไว้ดีแล้ว 

 

ใช้ชื่อนี้แล้วดีแน่นอน  

 

 

 

ความจริงแม่ตั้งชื่อไว้ให้หนูแล้ว 

แต่ในเมื่อ หลวงน้า บอกมาแบบนี้ ก็แล้วแต่ท่าน 

เพราะถึงอย่างไร หลวงน้า ก็เป็นผู้รักษาศีล  มีบารมี 

ท่านตั้งชื่อให้ ย่อมเป็นสิริมงคล กับหลาน  

 

 

 

หลวงน้า ยังฝากย้ำมาอีกว่า ให้แม่เลิกรับงานเปลี่ยนชื่อให้คนอื่น 

เพราะเป็นวิชาที่แรงมาก  ทำแล้วเข้าตัว 

ถ้าหากอยากทำจริง ๆ ต้องออกบวช       

 

 

   ตลอดระยะเวลาที่อยู่โรงพยาบาล 

แม่กินไม่เคยอิ่ม  นอนไม่เคยเต็มตา 

วิตกจริตไปสารพัด  กลัวจะทำหน้าที่แม่ได้ไม่ดี 

เพราะไม่เคยมีประสบการณ์ในการเลี้ยงลูก 

หวาดระแวงไปสารพัดกลัวว่าลูกจะไม่หาย  

แล้วต้องนอนอยู่โรงพยาบาลนาน        

 

 

ทุกครั้งที่ลูกฉี่  หรือ อึ  แม่จะใช้สำลีชุบน้ำอุ่นทำความสะอาด 

จะจับลูกก็ต้องล้างมือด้วยน้ำยาทุกครั้ง   ป้องกันการติดเชื้อ 

ไม่กล้าอาบน้ำให้ลูก  ได้แต่ใช้น้ำอุ่นเช็ดตัว  กลัวลูกหนาว 

ตลอด  24  ชั่วโมง  ในหัวก็จะมีแต่ลูก  จนปล่อยปละละเลยตัวเอง    

 

 

ในที่สุด  สภาพร่างกายของแม่ก็ทนไม่ไหว   

เพราะไม่ได้พักผ่อนเหมือนคนพึ่งคลอดปกติ 

เท้าก็เริ่มบวมใหญ่เหมือนเท้าช้าง   

จากที่เท้าชา ก็เริ่มไร้ความรู้สึก 

แผลฝีเย็บอักเสบ  ระบม  เลยต้องเดินกางขาตลอด   

 

 

เหลือแต่หัวใจเท่านั้นที่ยังสู้   ไม่ยอมล้ม 

บอกกับตัวเองตลอดเวลาว่าต้องเข้มแข็ง เพื่อลูก   

 

 

โชคดีที่ระหว่างนี้  มีคุณตา  คุณยาย  คอยส่งเสบียง 

เพราะพวกท่านห่วงหนูมาก  เลยต้องมาหาหลานเกือบทุกวัน 

อีกทั้ง พ่อของหนู  ก็มาเก็บผ้าอ้อมของลูกไปซักให้หลังเลิกงาน 

แล้วก็คอยเอาน้ำมันมานวดเท้าให้แม่ จนอาการดีขึ้น 

แม่ก็เลยมีกำลังใจเผชิญหน้ากับปัญหาต่าง ๆ  

 

 

แม้จะพยายามทำจิตใจให้เข้มแข็งแล้ว 

แต่ก็ยังอดสติแตกไม่ได้ ในคืนหนึ่ง 

 

วันนั้นแม่รู้สึกง่วงนอนมาก จึงนอนแต่หัวค่ำ 

ทั้ง ๆ ที่ปกติ แม่จะนอนหลังเที่ยงคืน 

พอหลับไปก็ฝันเห็น ป้าแก่ ๆ คนหนึ่ง ในชุดผู้ป่วยของโรงพยาบาล 

แกมาบ่นอะไรให้ฟังจำไม่ได้  แต่แม่ตะคอกแกไปว่า 

 

 

ป้าปากเสียรึเปล่า   

 

 

เพียงเท่านั้น  แม่ก็ต้องตื่นเพราะได้ยินเสียงร้องไห้ของลูก 

แล้วลูกก็ร้องไห้มาราธอน ตั้งแต่เที่ยงคืน ยัน ตีสาม โดยไม่มีสาเหตุ 

ไม่ว่าแม่จะพยายามทำอย่างไร  ลูกก็ยังไม่ยอมหยุดร้องไห้

 

แม่ก็พลอยร้องไห้ตามลูกไปด้วย

 

เพราะไม่รู้ว่าจะช่วยเหลือลูกของแม่ได้อย่างไร

 

ลูกจึงจะหยุดร้องไห้ ...   

 

 

จนพยาบาลคนหนึ่ง  เดินเข้ามาดุแม่ว่า   

  ทำอะไรอยู่  ปล่อยให้ลูกร้องไห้อยู่ได้ ...    

 

 

เค้าสั่งให้แม่นอน  เอาผ้าขนหนูมาพันตัวลูก 

แล้วจับลูกมาชิดอกแม่อย่างแรง จนลูกตกใจ ร้องเสียงดังกว่าเก่า 

แม่โกรธพยาบาลคนนั้นมาก  มองป้ายชื่อ เห็นปักชื่อว่า  ขนิษฐา 

พอเค้าไม่สามารถทำให้ลูกหยุดร้องไห้ได้  เค้าก็เดินหนีไปเลยทำเป็นไม่สนใจเราอีก  

 

 

ความที่ลูกร้องไห้นานมาก  บุรุษพยาบาลก็เลยเดินมาดู 

แต่ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้อีกเหมือนกัน 

แม่เลยบอกว่า ...

ถ้าหากไม่มีเจ้าหน้าที่คนไหนแก้ปัญหาได้ ช่วยตามหมอมาดูทีได้ไหม 

บุรุษพยาบาลก็อึ้งไป แล้วเดินเข้าห้องไปปรึกษากับพยาบาลอีกสองคน  

 

 

ระหว่างนั้น แม่ก็โทรหาพ่อ บอกว่ามาหาแม่ด่วน เอาเงินมาด้วย 

มีติดบ้านอยู่เท่าไหร่เอามาให้หมด จะพาลูกไปหาหมอที่อื่น    

 

 

พ่อของหนูก็บอกว่า ให้ใจเย็น ๆ ตั้งสติให้ดี ดี ตอนนี้ ตี 3  แล้ว 

ไม่มีคลินิกที่ไหนเปิด ให้อดทน เดี๋ยวตอนเช้าหมอเด็กก็มาดูแล้ว 

แม่ก็เลยพาลโกรธพ่อของหนูไปอีกคน  

 

 

สักพักพยาบาลคนเดิมก็มาเอาลูกของแม่ไป บอกว่าจะดูแลให้เอง 

แต่แม่ไม่วางใจ เลยเดินไปดูเรื่อย ๆ เห็นลูกเริ่มเงียบเสียงลง 

เพราะร้องไห้จนเหนื่อยแล้วหลับไป พยาบาลจึงได้เอาลูกมาคืน  

 

 

 

แม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นแม่ที่แย่มาก ปล่อยให้ลูกร้องไห้อยู่ตั้งหลายชั่วโมง 

โดยไม่มีปัญญาจะช่วยอะไรลูกได้เลย เพราะไม่เข้าใจว่าหนูเป็นอะไร  

 

 

 

 

พอตื่นเช้ามา แม่ก็เลยฟ้องหมอเด็กที่เข้ามาตรวจ 

ซึ่งบังเอิญว่าเปลี่ยนเวรเป็นหมอคนใหม่  ไม่ใช่  คุณหมอยอดพร 

เค้าก็เลยไม่ค่อยสนใจ  ตอบเข้าข้างพยาบาลแบบขอไปที    

 

 

แม่ก็เลยถามพยาบาลคนอื่น  ว่าพยาบาลคนนี้มาจากไหน 

เพราะอยู่มาเกือบอาทิตย์พึ่งจะเคยเห็นหน้า 

พยาบาลคนอื่นที่เคยเจอก็แสนดีรักเด็กทุกคน 

จึงได้คำตอบว่าเป็นพยาบาลที่ชื่อ ขนิษฐา  เป็นพยาบาลใหม่   

พึ่งย้ายมาจาก   I.C.U.  ของโรงพยาบาลอื่น 

พอดีพยาบาลประจำวอร์ดเด็กขาด เลยขอตัวมาช่วยชั่วคราว   

 

ความจริงลูกต้องอยู่โรงพยาบาลอีกวัน 

เพราะคุณหมอยอดพร อยากให้อยู่ดูอาการก่อนเพื่อความมั่นใจ  

 

แต่คุณหมอคนนี้  พอเห็นว่าฉีดยาครบ  7  วัน แล้ว ก็ให้กลับบ้านได้เลย 

อย่างที่บอกแหละ   แกทำงานแบบขอไปที 

แม้จะไม่ค่อยพอใจ  ที่หมอคนนี้ไม่เอาใจใส่ 

แต่แม่ก็ดีใจที่จะได้กลับบ้านสักที    เลยไม่ได้พูดอะไร 

รีบโทรบอกพ่อ  แล้วเก็บของรอพ่อมารับพวกเรากลับบ้าน  

 

 

 

 

 

     

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ชื่อเพราะครับconfused smile

#1 By wesong on 2008-08-16 15:48

สวัสดีค่ะคุณแม่โอ๋ ชื่อน้องน่ารักมาเลยค่ะ ปราณปรียา น้องปรียา น้องจะต้องรู้แน่ๆค่ะว่าน้องปรียาเป็นเหมือนดวงใจและสำคัญเท่าลมหายใจของพ่อแม่

คุณหมอน่ะต่างคนก็ต่างฝีมือ ต่างความคิด ต่างการเอาใจใส่ และไม่มีใครที่จะดูแลลูกได้ดีเท่าพ่อแม่หรอกค่ะ

ฝนเชื่อว่าแม่โอ๋ต้องเป็นคุณแม่ที่ดีของน้องปรียาได้แน่นอน
double wink

แล้วก็ดีใจด้วยที่ได้กลับบ้าน เป็นครอบครัวที่สมบูรณ์แล้วนะคะ surprised smile

#2 By Ojisama on 2008-08-16 17:23

จ้า confused smile

#3 By ๛‘‘๏ SiSSY ๏’’๛ on 2008-08-16 18:23

โห...พยาบาลดุด้วยหรอครับ
เอ่อ แข็งแรงกันขึ้นแล้วใช่มั๊ยครับ
confused smile

#4 By hummann on 2008-08-16 20:18

มาเอาใจช่วยคุณแม่คนใหม่ค่ะ big smile
ไม่รู้ว่าตอนนี้คุณ sissy เป็นอย่างไรบ้าง
มีคำแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติตัวดีๆ มาฝากค่ะ
1.อาการเท้าบวม ชา เวลานอนให้ยกปลายเท้าให้สูงไว้อาจใช้หมอนรองก็ได้ค่ะ และก็กระดกปลายเท้าขึ้น-ลงบ่อยๆ โดยกระดกแล้วค้างไว้ นับในใจ 1-10 แล้วปล่อยลง การยกสูงและบริหารแบบนี้จะช่วยให้เท้าบวมลดลง มีเลือดไหลเวียนไปเลี้ยงขาและปลายเท้ามากขึ้น จะทำให้ชาลดลงด้วย
2.ฝีเย็บอักเสบแนะนำให้นั่งแช่ก้นด้วยน้ำอุ่นๆ โดยหากะละมังที่ปากกว้างมาใส่น้ำแล้วนั้งแช่ประมาณ 15-20 นาที วันละ 2 ครั้งหรือแล้วแต่สะดวกจะช่วยได้ค่ะ
3.เด็กเล็กๆ มีไข้ตัวร้อนเป็นเรื่องที่สำคัญมากต้องระวังชัก การดูแลเบื้องต้นที่ดีที่สุดก่อนถึงมือแพทย์คือเช็ดตัวลดไข้

สู้ๆ นะคะ ลองไปทำดูค่ะน่าจะช่วยได้ big smile

#5 By kaew on 2008-08-20 12:33

ชื่อน้องน่ารักจังค่ะbig smile

#6 By (^_^ ) (^_^) on 2008-09-07 09:32