ตอนนี้ ลูกของแม่มีอายุได้เดือนกว่าแล้ว ...
มีเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย เพียงแค่ชั่วระยะสั้น สั้น
และมันก็ทำให้แม่มีทั้งความสุข และความทุกข์
ซึ่งถ้าจะให้เล่าทั้งหมดคงจะไม่พอในหน้านี้
เอาไว้แม่จะค่อย ๆ เล่าให้ฟัง ...
เนื่องจากวันนี้เป็นวันแม่
ก็คงต้องขอเล่าความรู้สึกในวันที่ตัวเองได้เป็นแม่อย่างสมบูรณ์
แม่ไปตรวจครรภ์ครั้งสุดท้ายในวันพฤหัสที่ 26 มิถุนายน 51
ซึ่งคุณหมอบอกว่ายังไม่มีวี่แววอาการที่บ่งบอกว่าใกล้คลอดเลย
ถ้าหากว่ามาตรวจครรภ์ครั้งหน้า ( วันที่ 3 กรกฎาคม ) ยังไม่มีอาการอีก
หมอคงต้องนัดผ่า ...
พอแม่กลับมาบ้าน ในตอนค่ำ ท้องแม่ก็เริ่มแข็ง ๆ ยุบ ๆ
ซึ่ง คุณหมอ เคยบอกไว้ว่าเป็นอาการของมดลูกเริ่มบีบตัว
ถ้าหากแข็ง ๆ ยุบ ๆ ทุก ๆ สามถึงห้านาที
ก็ให้เตรียมเก็บของมาโรงพยาบาลได้เลย
แต่ท้องแม่มีอาการทุก ๆ ชั่วโมง แม่ก็เลยยังไม่ไปหาหมอ
เป็นอาการนี้ติดกันอยู่สองวัน พอวันเสาร์อาการนี้ก็หายไป
วันอาทิตย์ แม่ก็เริ่มปวดเตือน แต่เป็นอยู่ครึ่งวันอาการก็เป็นปกติ
แม่ก็เลยยังไม่ไปโรงพยาบาลอีก
เมื่อถึงวันอังคาร แม่ก็มีอาการปวดท้องตั้งแต่เช้า
คอยสังเกตอาการตัวเองเป็นระยะ ๆ แต่ก็ไม่เห็นมีน้ำเดิน
ก็เลยยังไม่ไปโรงพยาบาล
จนกระทั่งบ่าย ขณะกำลังอาบน้ำเห็นมีเลือดไหลออกมา
ก็เลยตัดสินใจโทรบอกพ่อของหนูว่า แม่จะไปโรงพยาบาลแล้วนะ
เพราะเป็นท้องแรก ไม่รู้ว่าแบบนี้เรียกว่าใกล้คลอดแล้วรึยัง
แต่อย่างไรก็ขอไปโรงพยาบาลให้อุ่นใจไว้ก่อน
แต่งตัวยังไม่ทันเสร็จ น้องเมย์ แฟน อาเอ็กซ์ เพื่อนสนิทของพ่อหนู
ก็มาเคาะประตูเรียกแม่ บอกว่าเรียกแท็กซี่มารออยู่หน้าบ้านแล้ว
เนื่องจากพ่อเป็นห่วงไม่อยากให้แม่ไปคนเดียว
ก็เลยโทรบอกให้ อาเมย์ ไปเป็นเพื่อนแม่
ไปถึงโรงพยาบาล บุรุษพยาบาลก็พาแม่นั่งรถเข็นไปส่งที่ห้องรอคลอด
โดยมี อาเมย์ จัดการเรื่องเอกสารให้
เป็นครั้งแรกในชีวิต ที่โดนตรวจภายใน
เพราะพยาบาลต้องเช็คว่าช่องคลอดเปิดกี่เซ็นต์แล้ว
เจ็บมาก !!!!
พยาบาลจะเอานิ้วแหย่เข้าไปในช่องคลอด
เพื่อควานหาหัวเด็ก ว่าลงต่ำแล้วรึยัง
การที่จะคลอดโดยวิธีธรรมชาตินั้น ช่องคลอดต้องเปิดอย่างน้อยสิบเซ็นต์
แต่ช่องคลอดของแม่นั้น ยังเปิดไม่ถึงเซ็นต์
พยาบาลเลยบอกให้แม่กลับบ้านไปก่อน
เพราะโดยปกติการเปิดสามเซ็นต์แรกจะใช้เวลาประมาณ 3 - 4 วัน
หรือบางคนก็นานเป็นสัปดาห์
แต่แม่บอกว่า แม่ไม่ไหว เพราะปวดท้องมาตั้งแต่เช้า
พยาบาลเห็นแม่หน้าซีดมาก จึงเห็นใจให้นอนค้างคืนนึง
ซึ่งคืนนั้น ก็เป็นคืนที่ไม่มีใครในห้องรอคลอดได้นอนเลยสักคน
เพราะแม่แหกปากร้องครวญครางเสียงดังมาก
เนื่องจากช่องคลอดเปิดอย่างรวดเร็ว
จนพยาบาลสงสารเลยฉีดยาแก้ปวดให้
แต่ก็ไม่สามารถระงับความเจ็บปวดได้
มันปวดมากจนแม่ต้องเอามือทั้งสองข้าง
จับเหล็กข้างเตียง แล้วบีบแน่นจนแทบอยากจะขยำขยี้ให้เหล็กนั้นบี้แบน
ยิ่งตกดึก ยิ่งปวด ยิ่งเพ้อ เริ่มพูดคนเดียว
ความรู้สึกตอนนั้น รู้ตัวทุกอย่างว่าทำอะไร
แต่ไม่สามารถควบคุมสติสตังของตัวเองได้
พยาบาลก็เดินเข้ามาเช็คความกว้างของช่องคลอดทุกชั่วโมง
แล้วก็คอยรายงานเป็นระยะ ว่าช่องคลอดของแม่เปิดกี่เซ็นต์แล้ว
พอรุ่งเช้า ช่องคลอดของแม่ก็เปิดถึงสิบเซ็นต์
ภายในชั่วระยะเวลาคืนเดียว
พยาบาลจึงลองให้แม่เบ่ง เพื่อดูว่ามีลมเบ่งหรือไม่
โดยมีพยาบาลคนหนึ่งช่วย ข่มท้อง
พยาบาลอีกคนแหย่นิ้วเข้าไปในช่องคลอด ควานหาหัวเด็ก
แล้วให้สัญญาณแม่ออกแรงเบ่ง
ปรากฏว่า แม่มีแรงเบ่งดี อีกทั้งหัวลูกลงต่ำ
พยาบาลจึงตัดสินใจพาแม่เข้าห้องคลอด
โดยที่มีทั้งเลือดและน้ำคร่ำ ไหลเปรอะเปื้อนเต็มตัว
พอตั้งสติได้ ว่าตัวเองอยู่ในห้องคลอด
แม่ก็มองหานาฬิกาก่อนอย่างแรก
เพื่อดูว่าเป็นช่วงเวลาฤกษ์ดีหรือไม่
เพราะเคยคิดว่าหากเป็นช่วงเวลาที่ไม่ดี
จะพยายามอดทนอั้นไว้ ไม่ยอมคลอด
แต่บังเอิญเป็นช่วงเวลาฤกษ์งามยามดี
แม่เลยตั้งสติ แล้วพยายามเบ่ง
ต้องใช้พยาบาลถึงสองคน ช่วยกันข่มท้อง เนื่องจากแม่ท้องใหญ่มาก
และลูกก็ดิ้นหนีเก่งไม่ยอมออกจากท้องแม่
โดยมีอาจารย์หมอจากมหาวิทยาลัยหัวเฉียวอีกคน คอยรอรับลูกอยู่
นอกจากนี้ ก็ยังมีน้อง ๆ นักศึกษาพยาบาลจาก ม.หัวเฉียว
ช่วยกันจับ และยืนลุ้นให้กำลังใจ
พอลูกโผล่พ้นจากท้องแม่ เสียงเฮก็ดังลั่นห้องคลอด
พยาบาลและน้อง ๆ นักศึกษา ต่างพากันมะรุมมะตุ้ม
พาลูกของแม่ไปทำความสะอาด และชั่งน้ำหนักตัว
แม่ได้ ลูกสาว น้ำหนักตัว 2,730 กรัม
กะจะงีบเหมือนกัน ถ้าคุณหมอไม่บอกว่า
ลูกของแม่ ออกท่าไม่ปกติ เอาด้านข้างออก
ทำให้แม่มีแผลหลายแผล โดยเฉพาะแผลใกล้สะโพก ที่เป็นหลุมลึก
สามารถเอานิ้วชี้เข้าไปแหย่ได้สุด แล้วชนกระดูกพอดี
การเย็บแผลของแม่ จึงต้องวางยาสลบ
แล้วให้อาจารย์หมออีกท่านที่มีความชำนาญเป็นผู้ทำแผล
ตื่นมาอีกครั้งตอนเที่ยง สอดส่ายสายตามองหาลูก
อยากเห็นหน้าลูกใจจะขาด ...
พอน้องนักศึกษาพยาบาลเห็นว่าแม่ฟื้นแล้ว
ก็เข้ามาเปลี่ยนชุดให้
อาจารย์หมอที่เย็บแผลก็เดินเข้ามาถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง
มึนไหม เบลอไหม แต่แม่ปกติ ไม่มีอาการข้างเคียงใด ๆ
น้องนักศึกษาเข็นเตียงพาแม่มาห้องพักฟื้นผู้ป่วย
สักพักก็เข็นเตียงของลูกมาให้
ซึ่งแม่ก็ต้องแปลกใจ ที่ลูกของแม่อยู่ในตู้อบ
คุณหมอบอกว่า ลูกของแม่หายใจเร็วผิดปกติ
จึงต้องอยู่ในตู้อบ เพื่อดูอาการ และรอผลการตรวจก่อน
แม่ลุกขึ้นไปดูลูกในตู้อบ ลูกยังไม่ลืมตา และถูกต่อสายน้ำเกลือ
ลูกเหมือนพ่อแทบทุกกระเบียด มีเพียงนิ้วมือและนิ้วเท้าเท่านั้น ที่เหมือนแม่
เห็นอาการลูกดูเป็นปกติ แม่เลยใจชื้น นึกปลอบใจตัวเองว่าลูกคงไม่เป็นไร
พรุ่งนี้แม่ก็คงได้ให้นมลูก ได้อุ้มลูก
พอเลิกงาน พ่อของลูก และเพื่อน ๆ อีกทั้ง คุณตา ก็พากันมาเยี่ยมเรา
ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ... - หนูเหมือนพ่อ -
คุณตา นำหมูแผ่น ข้าวต้ม ชาม ช้อน แก้วน้ำ มาให้
เพราะคุณยายเกรงว่า อาหารโรงพยาบาลบางอย่างจะแสลง
จึงให้กิน หมูแผ่น ไปก่อน
หลังจากทุกคนกลับไปแล้ว แม่ก็ผุดลุกผุดนั่งดูลูกอยู่ตลอด
บางทีก็ช่วยเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ลูกของเตียงข้าง ๆ
ที่เค้าผ่าออก โดนบล็อกหลัง ไม่สามารถดูแลลูกของตัวเองได้
โดยมีพยาบาล เดินมาดูอาการลูกของแม่ทุก ๆ ชั่วโมง
พอ 5 ทุ่ม ลูกเริ่มหายใจแรง หน้าอกยุบลงลึกอย่างน่าตกใจ
พยาบาลจึงตัดสินใจโทรตามคุณหมอ
แล้วคุณหมอ ก็มาทั้งชุดนอน ( ชุดวอร์ม เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว )
พาลูกของแม่เข้าห้อง I.C.U.